AIS ลุยซื้อ TTTBB กับ JASIF ต่อ ชี้ อินเทอร์เน็ตบ้านการเติบโตสูง ช่วยสร้างฐานลูกค้าทะลุ 4.4 ล้านราย มองเรื่องสัญญาเดิม JASIF ยังมีผลถึง 2575 คาดดีลจบไตรมาส 1 ปี 66
นายธีร์ สีอัมพรโรจน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จํากัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ขอแจ้งให้ทราบว่าคณะกรรมการ บริษัทได้มีมติอนุมัติให้ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จํากัด (“AWN”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทีบริษัทถือหุ้นร้อยละ 99.99 และ/หรือ บุคคลที่ AWN กําหนด ดําเนินการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จํากัด (มหาชน) (“TTTBB”) และซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (“JASIF”) แม้ว่าเงื่อนไขบังคับก่อนในข้อที่เกี่ยวกับการขอยกเลิกสัญญาประกันรายได้ (Rental Assurance Agreement) และการขอแก้ไขสัญญาเช่าหลัก (Main Lease Agreement) จะไม่ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนของ JASIF เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2565 ตามที่บริษัทเสนอ
ทั้งนี้ บริษัทได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการเข้าทําธุรกรรมยังมีความเหมาะสมต่อบริษัทในระยะยาว ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1) การลงทุนในครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากฐานลูกค้าที่ระดับ 2 ล้านราย เป็นประมาณ 4.4 ล้านราย และมีโครงข่ายไฟเบอร์ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคที่กว้างขวางมากขึ้น
โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ยังคงมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบ้านในระดับตํ่ากว่าในพื้นที่ตัวเมือง ซึ่งสามารถสร้างโอกาสในการนําเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายแก่ลูกค้า และเป็นการขยายฐานรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่ม และกระแสเงินสดที่มั่นคงในระยะยาวให้กับบริษัท
2) เนื่องจากที่ประชุมผู้ถือหน่วย JASIF ไม่อนุมัติการแก้ไขสัญญาเช่าตามที่บริษัทเสนอสัญญาเช่าระหว่าง TTTBB และ JASIF จึงยังคงมีอายุสิ้นสุดในต้นปี 2575 ตามเดิมต่อไป ในส่วนเรื่องการต่ออายุสัญญาในอนาคต
บริษัทเห็นว่าโอกาสดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการเปลียนแปลงเงื่อนไขสัญญาให้มีความเหมาะสมมากขึ้นอย่างมีนัยสําคัญเท่านั้น เพื่อส่งเสริมให้บริษัทคงความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจได้ในระยะยาว
ซึ่งบริษัทจะพิจารณาเทียบกับทางเลือกอื่นๆ ที่เหมาะสมต่อการบริหารต้นทุนการดําเนินงานให้ยั่งยืนในอนาคต นอกจากนี้บริษัทเล็งเห็นถึงความสําคัญในการขยายและสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลทีมีอยู่ และมีนโยบายที่จะพิจารณาทางเลือกในการบริหารทรัพย์สินโทรคมนาคมที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เกิดมูลค่าสูงสุด และสร้างทางเลือกในการระดมทุนที่มีต้นทุนที่เหมาะสมในอนาคตต่อไป
อย่างไรก็ตามภายหลังจากนี้บริษัทจะดําเนินการขออนุญาตในการเข้าทําธุรกรรมจากคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก่อนจึงจะลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นและหน่วยลงทุน โดยบริษัทคาดว่าธุรกรรมซื้อหุ้น และซื้อหน่วยลงทุนจะเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาส 1 ของปี 2566.

